สมมติว่ามีแผนอ่านหนังสือหลังเลิกงานวันละยี่สิบนาที วันจันทร์ถึงวันพุธทำได้ตามที่ตั้งใจ แต่คืนวันพฤหัสฯ มีงานด่วนจนไม่ได้อ่าน

พอถึงวันศุกร์ งานจบแล้วและมีเวลาว่าง หนังสือยังวางอยู่ที่เดิม แต่ความคิดกลับเป็น “สัปดาห์นี้หลุดไปแล้ว ไว้เริ่มใหม่วันจันทร์”

จากคืนที่ไม่มีเวลา กลายเป็นหลายคืนที่มีเวลาแต่ไม่ได้อ่าน งานด่วนจบไปแล้ว แต่ยังรอวันจันทร์เพื่อเริ่มใหม่

วันที่พลาดไม่ได้ลบวันที่ทำได้

งานวิจัยของ Phillippa Lally และคณะ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2010 ติดตามอาสาสมัคร 96 คนเป็นเวลา 12 สัปดาห์ โดยให้เลือกพฤติกรรมเกี่ยวกับการกิน การดื่ม หรือการเคลื่อนไหวหนึ่งอย่าง แล้วทำซ้ำในสถานการณ์เดิมทุกวัน

ข้อค้นพบหนึ่งคือ การพลาดโอกาสทำพฤติกรรมนั้นหนึ่งครั้งไม่ได้ส่งผลมากนักต่อกระบวนการสร้างนิสัย งานนี้ศึกษาพฤติกรรมประจำวันบางประเภท ไม่ได้สรุปว่าการหยุดนานแค่ไหนก็ไม่มีผล หรือใช้แทนคำแนะนำเฉพาะด้านได้ อ่านงานวิจัยของ Lally และคณะ

สำหรับตัวอย่างการอ่าน การเว้นไปหนึ่งคืนไม่ได้ทำให้ต้องย้อนกลับไปอ่านหน้าแรก สิ่งที่ต้องตัดสินใจคือจะอ่านต่อเมื่อไร และแผนเดิมยังเหมาะกับวันที่งานยุ่งหรือไม่

การพลาดหนึ่งวันกับการรอเริ่มใหม่ทั้งหมดจึงเป็นคนละเรื่องกัน

ทำไมคำว่า “ไว้เริ่มใหม่” จึงทำให้กลับมายากขึ้น

การเริ่มใหม่อาจมาพร้อมเงื่อนไขที่หนักกว่าเดิม ต้องมีเวลาครบยี่สิบนาที ต้องไม่เหนื่อย หรืออาจต้องอ่านชดเชยคืนที่ขาดไปด้วย

พอคิดแบบนี้ การอ่านห้านาทีในวันศุกร์ก็ดูไม่คุ้ม ทั้งที่เป้าหมายเดิมคืออ่านหนังสือให้จบ ไม่ใช่ทำตามตารางให้ได้ทุกช่อง

เมื่อกำหนดว่าต้องทำครบถึงจะนับว่าได้ทำ แผนที่เคยช่วยให้เริ่มอาจกลายเป็นเหตุผลให้เลื่อน การทำได้น้อยกว่าที่ตั้งใจดูเหมือนไม่นับ จึงเลือกไม่ทำเลยจนกว่าจะมีวันที่พร้อมกว่านี้

แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกการหยุดจะเกิดจากความคิดแบบนี้ บางช่วงงานยังล้น ต้องดูแลคนในครอบครัว หรือยังพักไม่พอ การพักต่อหรือเปลี่ยนแผนอาจจำเป็น สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ ข้อจำกัดเดิมยังอยู่ หรือกำลังรอวันที่จะกลับมาทำได้ครบทุกอย่าง

คำถามจึงเปลี่ยนจาก “ทำอย่างไรถึงจะไม่พลาดอีกเลย?” เป็น “ถ้าพลาดแล้ว จะกลับมาทำต่ออย่างไรให้เหมาะกับชีวิตช่วงนี้?”

เตรียมวิธีกลับมา ไม่ใช่แค่วิธีเริ่ม

แผนสำหรับวันที่กลับมาอาจสั้นเพียงประโยคเดียว เช่น “หลังอาหารเย็นวันศุกร์ อ่านต่อจากหน้าที่คั่นไว้ห้านาที แล้ววางหนังสือไว้สำหรับพรุ่งนี้”

ประโยคนี้บอกทั้งเวลาที่จะทำ สิ่งที่จะทำ และวิธีเตรียมไว้สำหรับครั้งต่อไป ห้านาทีเป็นเพียงตัวอย่างของการลดงานให้พอดีกับวันที่มีเวลาน้อย โดยยังทำเรื่องเดิมที่ตั้งใจไว้ต่อ

หลังจากอ่านแล้ว สิ่งที่น่าสังเกตคือช่วงเวลานี้ใช้ได้จริงหรือไม่ และอะไรยังทำให้เริ่มยาก หากหลังอาหารเย็นยังมีเรื่องแทรกทุกครั้ง แผนอาจต้องย้ายไปช่วงอื่น หากหนังสืออยู่ไกลมือจนลืมอ่าน การเตรียมไว้ใกล้จุดที่จะนั่งก็เป็นสิ่งที่ปรับได้

ผลที่ได้จึงมีทั้งหน้าที่อ่านเพิ่ม และข้อมูลว่าจะจัดการอ่านให้เข้ากับชีวิตได้อย่างไร การกลับมาครั้งนี้ไม่ต้องรับประกันว่าจะทำได้ทุกวันไปตลอด แค่ช่วยให้การวางแผนครั้งต่อไปอิงจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมากขึ้น

คืนวันพฤหัสฯ อาจยังเป็นช่องว่างในตาราง แต่วันศุกร์มีอีกทางเลือก: เปิดหนังสือต่อจากหน้าที่คั่นไว้ โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันจันทร์

แหล่งอ้างอิง

Lally, P., van Jaarsveld, C. H. M., Potts, H. W. W., & Wardle, J. (2010). How are habits formed: Modelling habit formation in the real world. European Journal of Social Psychology, 40(6), 998–1009.